รวบแล้ว ฆาตกรต่อเนื่องที่เชียงใหม่ สารภาพสิ้นสาเหตุลงมือ

รวบแล้ว หนุ่มเชียงราย วัย 31 ปี ฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคนเร่ร่อน เผาอำพรางศพ รวม 3 ศพ พื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย สารภาพสิ้นลงมือเพราะอะไร

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 พ.ค. 69  พลตำรวจโทกฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อม พลตำรวจโทยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ พร้อมผู้ พันตำรวจเอกเสวก  ชูศิริ  ผู้กำกับ สภ. ช้างเผือก และ พันตำรวจเอก ญาณพล  พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายปะแนะ ปูลิ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย

รวบแล้ว ฆาตกรต่อเนื่องที่เชียงใหม่ สารภาพสิ้นสาเหตุลงมือ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 08.15 น. สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกบริเวณใต้สะพานรัตนโกสินทร์ ฝั่งตะวันตก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตรวจสอบพบผู้ตายคือ นายบุญเรือง หมื่นศรี อายุ 51 ปี เป็นชายเร่ร่อน จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าถูกของมีคมแทงบริเวณลำคอก่อนถูกเผาอำพรางศพ

รวบแล้ว ฆาตกรต่อเนื่องที่เชียงใหม่ สารภาพสิ้นสาเหตุลงมือ

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 11.13 น. สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง รับแจ้งเหตุพบชายเร่ร่อนเสียชีวิตอีก 1 ราย บริเวณใต้สะพานขรัวสลีเวียงพิงค์ ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ผู้เสียชีวิตคือ นายโจ้ แสงเส้น อายุ 46 ปี สภาพมีเลือดออกบริเวณปาก

รวบแล้ว ฆาตกรต่อเนื่องที่เชียงใหม่ สารภาพสิ้นสาเหตุลงมือ

พลตำรวจโท กฤตธาพล  ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า สำหรับสองคดีนี้ถือเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ หลังรับแจ้งคนเร่เร่อนเสียชีวิตสองรายติดได้สั่งการให้ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้คือนายปะแนะ  ปุลิ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นคนเร่ร่อนเหมือนกัน

จากการสอบสวนนายปะแนะ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนทั้งสองคนจริง โดยผู้ตายคนแรกคือนายบุญเรือง หมื่นศรี อายุ 51 ปี   ผู้ต้องหาให้การว่าได้เดินไปทวงโทรศัพท์จากผู้ตายคืนแต่ผู้ตายไม่ให้จึงได้ทะเลาะกันและมีการชกต่อยกันผู้ต้องหาเห็นมีดคัตเตอร์ของคนตายจึงได้ใช้แทงเข้าไปที่บริเวณลำคอหลังจากนนั้นใช้ผ้าห่มคลุมใช้ไฟแช็คจุดใส่ฟูกที่นอนจนเพื่อให้ไฟคลอกคนตายรอจนไฟไหม้ประมาณ 20 นาทีจึงเดินไปยังขัวสหลีเวียงพิงค์ ตำบลฟ้าฮ่าม เพื่อจะไปหาที่นอน แต่ไปพบกับนายโจ้ แสงเส้น อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นนอนที่นั้น และก็รู้จักกันมาก่อนเพราะเป็นคนเร่ร่อน และก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องทะเลาะกัน เพราะเคยแย่งผ้าห่มกันนอน และวันที่ก่อเหตุเพราะผู้ตตายมีกลิ่นเหม็นและพยายามจะมาขอเงิน จึงบันดาลโทสะ เตะเข้าที่ก้านคอและกระทืบซ้ำประมาณ10 นาที จนผู้ตายแน่นิ่ง จึงได้หลบหนี่แล้วออกมาโบกรถชาวบ้านขึ้นไปยังดอยสุเทพ ก่อนจะลงมาในช่วงเย็นแล้วไปนอนที่ป้ายรถเมล์ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด และโบกรถเข้ามาในเมืองต่อกระทั่งมาถูกจับกุมได้ที่บริเวณประตูช้างเผือก  

จากการสอบสวนนายปะแนะ ยังให้การอีกว่า ก่อนที่จะมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนในจังหวัดเชียงใหม่นั้น นายปะแนะได้ก่อเหตุใช้ก้อนหินทุบและมีดแทงคนเร่ร่อนเสียชีวิตในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงรายเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 หลังจากนั้นหลบหนีไปยังจังหวัดลำปางและเดินทางมาหางานทำที่จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนตาย อีก 2 ศพ เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย  พร้อมกันนี้จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่นายปะแนะเคยไปพักอาศัยว่าได้มีการก่อเหตุลักษณะนี้หรือไม่

รวบแล้ว ฆาตกรต่อเนื่องที่เชียงใหม่ สารภาพสิ้นสาเหตุลงมือ

นอกจากนี้จะได้ประสานทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ออกตรวจสอบและจัดระเบียบเรื่องขอทานและบุคคลเร่ร่อน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุลักษณ์นี้ รวมถึงการปราบอาชญากรรมและยาเสพติดในกลุ่มบุคคลเร่ร่อนด้วย เนื่องจากทางผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมในการเสพยาเสพติดและค้ายาเสพติด เคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดและคดีลักทรัพย์มาก่อนพึ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568