เหตุสลด สามี-ภรรยา ท้องอ่อนๆ ขับรถลื่นไถล เม็ดพลาสติก เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ เสียชีวิตยกครัว

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.โสภณ โกมลสุทธิ รองผู้กำกับการ หัวหน้างานสอบสวน สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 บก.ทล. ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนแบริเออร์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบนถนนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 กิโลเมตรที่ 11 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสิรินธร ก่อนประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้า พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน ญฎ 8005 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งชนอัดติดกับแบริเออร์เกาะกลางถนน สภาพรถพังยับเยิน กระจกแตกร้าวทุกบาน โดยบริเวณช่วงกลางลำตัวฝั่งคนขับไปจนถึงช่วงท้ายรถหักบิดงอ ทะลุแบริเออร์ไปยังฝั่งขาออก

ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส นั่งหายใจรวยรินติดอยู่ในซากรถบริเวณเบาะคู่หน้า 2 ราย ทราบชื่อคนขับต่อมาคือ นายรัด (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเร่งงัดช่วยเหลือออกมา แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายคือ น.ส.ปุน (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต โดยขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างตั้งครรภ์อ่อนๆ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เพื่อรักษาอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้เช่นกัน

เจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อดำเนินการผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต

พ.ต.ท.โสภณ เปิดเผยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสามีภรรยาที่เสียชีวิตพร้อมกัน โดยเฉพาะฝ่ายภรรยาที่ตั้งครรภ์ได้เพียงประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้น

สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกเม็ดพลาสติกแข็งซึ่งคาดว่าจะนำไปหลอมใหม่ ได้ทำถุงบิ๊กแบ็กบรรจุเม็ดพลาสติกร่วงหล่นบนพื้นผิวถนน ก่อนถุงจะฉีกขาด ส่งผลให้เม็ดพลาสติกกระจัดกระจายเกลื่อนถนน บริเวณก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 400-500 เมตร

ทำให้รถยนต์ของผู้ประสบเหตุ ซึ่งขับมาด้วยความเร็ว ขณะเดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าบ้านพักในกรุงเทพมหานคร เกิดลื่นไถลเสียหลัก พุ่งชนแบริเออร์อย่างรุนแรง จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ที่ขับผ่านบริเวณดังกล่าวประสบอุบัติเหตุอีกหลายคัน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวคนขับรถบรรทุก 6 ล้อ มารับทราบข้อกล่าวหา “กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย” ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป