แม่บ้านเล่าว่า ปกตินายต้อมเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูด เช่นเดียวกับ น.ส.แรม โดยทั้งคู่มักออกไปซื้อของด้วยกัน และฝ่ายหญิงจะเป็นคนจ่ายเงินเป็นส่วนใหญ่
ก่อนหน้านี้ทั้งสองพักอยู่อีกหอหนึ่ง ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันได้ประมาณ 3 เดือน และช่วงต้นเดือนมีนาคม น.ส.แรม ได้ไปทำงานที่พัทยา กระทั่งวันที่ 22 มีนาคม นายต้อมเพิ่งตามมาอยู่ด้วยกัน ตามภาพจากกล้องวงจรปิด
ในช่วงแรกไม่มีใครเอะใจ คิดว่าเป็นการมาหากันตามปกติ จนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น โดยหลังลงมือก่อเหตุ นายต้อมได้เรียกรถไรเดอร์ให้มารับถุงไปทิ้งหลายครั้ง ใช้เวลารอบละประมาณ 20 นาที ยกเว้น 2 ถุงที่นำไปทิ้งเองบริเวณหน้าปากซอย
พฤติกรรมหลังเกิดเหตุยังพบว่า นายต้อมสะพายกระเป๋าเป้และถือถุงดำออกไปทิ้ง ก่อนจะนำกระเป๋ากลับมาทุกครั้ง สิ่งที่น่าตกใจคือ ตลอดเวลายังคงมีท่าทีนิ่งเฉย ไม่แสดงอาการผิดปกติ
แม่บ้านยังระบุอีกว่า นายต้อมทำงานเป็นพ่อครัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยเพื่อนนายต้อมบอกว่าทำอาหารใช้มีดเก่งมากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พักอาศัยในหอพักเป็นอย่างมาก และหลังจากนี้อาจต้องนิมนต์พระมาทำพิธี เพื่อความสบายใจของทุกคนในอาคาร
