คู่สามีภรรยาวัย 50 ปีจากประเทศจีน ต้องตกใจอย่างหนัก หลังเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีและพบว่า ทั้งคู่ป่วยเป็นมะเร็งตับระยะเริ่มต้นพร้อมกัน ทั้งที่ไม่มีประวัติติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ได้ใช้ชีวิตเสี่ยงเหมือนผู้ป่วยทั่วไป
หลังสอบถามพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างละเอียด แพทย์พบ “ต้นเหตุเงียบ” ที่หลายบ้านมองข้าม นั่นคือ ตู้เย็นที่อัดแน่นไปด้วยอาหารเก่าและแทบไม่เคยทำความสะอาด
แพทย์เตือนว่า ตู้เย็นช่วยชะลอการเน่าเสียของอาหารได้ แต่ ไม่สามารถหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อราและสารพิษบางชนิดได้ หากเก็บอาหารไว้นานเกินไป โดยเฉพาะอาหารที่เริ่มเสื่อมสภาพ อาจเกิด อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารพิษจากเชื้อราที่องค์การอนามัยโลกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งตับที่สำคัญ

1. เห็ดหูหนูหรือเห็ดที่แช่น้ำทิ้งไว้
เห็ดหูหนูและเห็ดแห้งควรแช่น้ำเฉพาะก่อนนำมาปรุงอาหาร หากแช่น้ำนานหลายชั่วโมง หรือแช่ข้ามคืนแล้วนำไปเก็บในตู้เย็น อาจเกิดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์และสารพิษจากเชื้อราได้
หากเห็ดมีลักษณะนิ่มผิดปกติ ลื่น หรือมีกลิ่นเปรี้ยว ควรทิ้งทันที

2. ผลไม้ที่ขึ้นรา ช้ำ หรือเริ่มเน่า
หลายคนคิดว่าเพียงตัดส่วนที่เสียออกก็สามารถรับประทานต่อได้ แต่ความจริง เส้นใยของเชื้อราอาจแพร่กระจายเข้าไปภายในผลไม้แล้ว แม้ภายนอกจะยังดูปกติ
เชื้อราบางชนิดสามารถสร้างสารพิษ เช่น Patulin และในบางสภาวะอาจพบสารพิษจากเชื้อรากลุ่มอื่น ซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการล้างหรือตัดเฉพาะส่วนที่เสียออก
หากผลไม้ขึ้นรา เปลี่ยนสี หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรทิ้งทั้งผล
![]()
3. ถั่วหรือเมล็ดพืชที่มีกลิ่นหืน รสขม หรือขึ้นรา
ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือผลิตภัณฑ์จากถั่ว หากมีรสขม กลิ่นหืน หรือมีเชื้อรา อาจปนเปื้อน อะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นสารพิษที่ส่งผลเสียต่อตับอย่างรุนแรง
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีฉลากและวันหมดอายุชัดเจน หลีกเลี่ยงสินค้าราคาถูกที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
วิธีดูแลตู้เย็นให้ปลอดภัย
-
- ทำความสะอาดตู้เย็นทุก 1-3 เดือน
-
- แยกอาหารดิบและอาหารปรุงสุกออกจากกัน
- เก็บอาหารในภาชนะที่ปิดสนิท
- ตรวจสอบวันหมดอายุและทิ้งอาหารที่เริ่มเสื่อมสภาพ
- ไม่เก็บอาหารไว้ในตู้เย็นนานเกินความจำเป็น
แพทย์ย้ำว่า ตู้เย็นไม่ใช่ที่หยุดเวลา แม้อาหารจะอยู่ในอุณหภูมิต่ำ แต่หากเก็บไว้นานเกินไปหรือเริ่มเน่าเสีย ก็ยังอาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อราและสารพิษได้ การทำความสะอาดตู้เย็นและคัดแยกอาหารเป็นประจำ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคตับและปัญหาสุขภาพในระยะยาว.
